1 จงขอบคุณพระผู้เป็นเจ้า เพราะพระองค์ประเสริฐ
2 ให้บรรดาผู้ที่พระผู้เป็นเจ้าไถ่ไว้แล้วกล่าวเช่นนั้นเถิด
3 รวบรวมพวกเขามาจากดินแดนทั้งหลาย
4 เขาพเนจรอยู่ในถิ่นทุรกันดารอันแร้นแค้น
5 ทั้งหิวและกระหาย
6 พวกเขาจึงร้องต่อพระผู้เป็นเจ้าในยามลำบาก
7 นำพวกเขามุ่งตรงไป
8 ให้พวกเขาขอบคุณพระผู้เป็นเจ้าในความรักอันมั่นคงของพระองค์
9 เพราะพระองค์ทำให้ผู้กระหายได้รับจนพอใจ
10 บ้างก็ตกอยู่ในความมืดมิด
11 เพราะพวกเขาฝ่าฝืนคำกล่าวของพระเจ้า
12 ใจของพวกเขาท้อแท้เพราะงานหนัก
13 พวกเขาจึงร้องต่อพระผู้เป็นเจ้าในยามลำบาก
14 ปลดปล่อยให้พ้นจากความมืดมิด
15 ให้พวกเขาขอบคุณพระผู้เป็นเจ้าในความรักอันมั่นคงของพระองค์
16 เพราะพระองค์พังประตูทองสัมฤทธิ์ลง
17 พวกโง่เขลาที่ยังคงฝ่าฝืนซ้ำแล้วซ้ำเล่า
18 เขารังเกียจอาหารทุกชนิด
19 พวกเขาจึงร้องต่อพระผู้เป็นเจ้าในยามลำบาก
20 เมื่อพระองค์บัญชา โรคที่พวกเขาเป็นอยู่ก็หายขาด
21 ให้พวกเขาขอบคุณพระผู้เป็นเจ้าในความรักอันมั่นคงของพระองค์
22 ให้พวกเขามอบของถวายแห่งการขอบคุณ
23 บางคนออกเรือเดินทะเล
24 พวกนั้นได้เห็นสิ่งที่พระผู้เป็นเจ้ากระทำ
25 เพียงพระองค์กล่าว ก็เกิดลมอันแรงกล้า
26 พวกคนในเรือถูกโยนลอยสูงขึ้นสู่ท้องฟ้า ก่อนจะดำดิ่งลงสู่ห้วงลึก
27 พวกเขาสะดุดและโซเซไปมาราวกับคนเมา
28 พวกเขาจึงร้องต่อพระผู้เป็นเจ้าในยามลำบาก
29 พระองค์ทำให้พายุสงบ
30 ครั้นแล้วพวกเขาก็พากันดีใจเพราะคลื่นลมสงบลง
31 ให้พวกเขาขอบคุณพระผู้เป็นเจ้าในความรักอันมั่นคงของพระองค์
32 ให้พวกเขายกย่องพระองค์ต่อหน้าที่ประชุมของชนชาติ
33 พระองค์ทำให้แม่น้ำกลายเป็นถิ่นทุรกันดาร
34 ดินที่เคยอุดมกลับกลายเป็นดินเค็ม
35 พระองค์เปลี่ยนถิ่นทุรกันดารให้กลายเป็นแอ่งน้ำได้
36 พระองค์ให้ผู้หิวกระหายตั้งถิ่นฐาน
37 พวกเขาหว่านเมล็ดในไร่นาและปลูกสวนองุ่น
38 ด้วยพระพรของพระองค์ เขาทั้งหลายจึงทวีจำนวนลูกหลานมากขึ้น
39 ครั้นเมื่อถูกลดจำนวนลงและอับอาย
40 พระองค์ให้บรรดาผู้นำเป็นที่ถูกดูหมิ่น
41 แต่พระองค์ฉุดคนยากไร้ขึ้นจากความทุกข์ทรมาน
42 บรรดาผู้มีความชอบธรรมเห็นแล้วก็ยินดี
43 ผู้ใดเรืองปัญญาก็ให้เขาใส่ใจในสิ่งเหล่านี้